

กรรมพันธุ์
กรรมพันธุ์เป็นปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง ซึ่งพบได้ในเพศชายเป็นหลัก โดยเพศชายจะมีความไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ทำให้เส้นผมมีอายุสั้นกว่าปกติ ซึ่งอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์จะค่อยๆ แสดงให้เห็น ตั้งแต่อายุ 18 ปี และปริมาณจะร่วงเพิ่มมากขึ้นตามอายุที่เปลี่ยนไป

ฮอร์โมนในร่างกายของเราผิดปกติ
ฮอร์โมนเป็นส่วนสำคัญในระบบการทำงานของเส้นผม โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของเส้นผม ตั้งแต่การลำเลียงอาหารจนไปถึงการกระตุ้นให้เกิดเส้นผม สำหรับฮอร์โมนที่เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุผมร่วงมีด้วยกันหลักๆ 2 ชนิด ได้แก่
1.ฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT)
ฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) เป็นส่วนหนึ่งของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) หน้าที่ของฮอร์โมนชนิดนี้คือกระตุ้นไขมัน ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตก และเมื่อ DHT อยู่บนเส้นผมจะช่วยทำให้ผมเงางาม แต่ถ้าหากฮอร์โมน DHT ไปจับกับเซลล์มากเกินไป จะทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ผมงอกในเวลาที่เร็วขึ้น แต่เส้นผมที่งอกกลับมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เกิดภาวะผมร่วงในที่สุด
2.ไทรอยด์ฮอร์โมน (Thyroid stimulating hormone)
ไทรอยด์ฮอร์โมน คือ ฮอร์โมนที่เกิดจากต่อมไทรอยด์ผลิตขึ้น ทำหน้าที่ควบคุมและกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย ตั้งแต่ควบคุมอุณหภูมิจนไปถึงระบบการเผาผลาญของร่างกาย โดยในส่วนของเส้นผม ไทรอยด์ฮอร์โมนทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับไขมัน ถ้าหากไขมันมีปริมาณมากจนเกินไปหนังศีรษะจะมีความมัน ทำให้เกิดการอุดตันของไขมัน ผมก็ขาดหลุดร่วง แต่ถ้าหากไขมันน้อยเกินไป หนังศีรษะจะขาดความชุ่มชื่น เพราะไม่มีไขมันไปหล่อเลี้ยง ทำให้ผมแห้งขาดหลุดร่วง จึงเป็นเหตุที่ว่าถ้าไทรอยด์ฮอร์โมนทำงานมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เส้นผมจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน

ความเครียด
ผมร่วงเกิดจากความเครียด ความเครียดคือศัตรูตัวร้ายของร่างกายคนเรา โดยความเครียดไม่ได้ส่งผลต่อภาวะผมร่วงโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับผมร่วง เช่น
โรคผมร่วงทั่วศีรษะ (Telogen Effluvium) ซึ่งความเครียดเป็นส่วนกระตุ้นให้วงจรชีวิตของผมเร็วขึ้นจนผมร่วงเร็วกว่าปกติ
โรคดึงผม (Trichotillomania) ความเครียดทำให้บางคนเลือกแสดงออกในการดึงเส้นผมจนทำให้ผมร่วง
โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) สำหรับโรคนี้ความเครียดมีส่วนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มทำงานผิดปกติ และส่งผลให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง จนไม่สามารถผลิตเส้นผมขึ้นมาได้ จึงเกิดอาการผมร่วงในที่สุด

การทำร้ายเส้นผมโดยตรง
การดัดยืด การทำสีผม หนีบผม เป่าผมเป็นประจำ โดยพฤติกรรมเหล่านี้คือการเพิ่มความร้อนให้เส้นผม และความร้อนจะทำให้เคราตินในเส้นผมหายไป ซึ่งเคราตินมีส่วนให้ชุ่มชื่นเมื่อเคราตินหายไป เส้นผมก็จะแห้งแตกปลาย
การสระผมด้วยน้ำอุ่น โดยน้ำอุ่นจะช่วยขจัดความมันในหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะแห้ง ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่หนังศีรษะมัน แต่อย่าลืมว่าเส้นผมต้องการความมันในการเจริญเติบโต ดังนั้นการสระผมด้วยน้ำอุ่นบ่อยๆ จะลดความแข็งแรงของเส้นผม ทำให้ผมแห้งและหลุดร่วงได้ง่าย
การหวีผมขณะผมเปียก โดยในขณะเปียกเส้นผมจะบอบบางกว่าปกติ การที่หวีหรือใช้ผ้าขนหนูเช็คแรงๆ จะส่งผลให้เส้นผมที่บอบบางอยู่ ในขณะนั้นหลุดร่วงได้ง่าย

การทำร้ายเส้นผมทางอ้อม
การลดน้ำหนักด้วยวิธีการอดอาหาร อาจส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมได้ เช่น โปรตีน, เหล็ก, สังกะสี (Zinc) ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นหนึ่งในตัวช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ซึ่งหากขาดแร่ธาตุเหล่านี้ ทำให้เส้นผมอ่อนแอ
การทานอาหารรสจัด โดยการทานอาหารรสไหนที่มากจนเกินไป เช่น เค็มเกินไป เปรี้ยวเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายรวมถึงสุขภาพเส้นผมด้วยเช่นกัน โดยการทานอาหารรสจัดส่งผลให้ ความดันโลหิตสูงขึ้น เส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงรากผมได้ ทำให้เส้นผมไม่แข็งแรง
การดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดไม่สามารถเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเส้นผมด้วยเช่นกัน และเมื่อรากผมไม่มีสารอาหารหล่อเลี้ยง รูขุมขนก็ไม่แข็งแรง เส้นผมจึงขาดหลุดร่วงในที่สุด